คหกรรมฯโชว์ศิลปวัฒนธรรมไทย ต้อนรับผู้นำมาเลเชีย

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้การต้อนรับตุน ดร.มหาธีย์ บิน โมฮัมหมัด (Tun Dr.Mahathir bin Mohamad) นายกรัฐมนตรีมาเลเซียพร้อมภริยา ในโอกาสเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล
ในการนี้ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ได้รับมอบหมายจากสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในการดำเนินการสาธิตผลงานศิลปวัฒนธรรมไทยด้านงานฝีมือและขนมไทย โดยมี คณบดีคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ พร้อมด้วยคณาจารย์และนักศึกษา ร่วมจัดแสดงการร้อยมาลัยดอกไม้สด การแกะสลักผักและผลไม้ การทำขนมไทย ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2561

การพิมพ์สีครั่งบนผ้าฝ้ายและผ้าพอลิเอสเตอร์โดยไม่ใช้การมอร์แดนท์

สีมีความสำคัญอย่างยิ่งในงานสิ่งทอไม่ว่าจะเป็นงานสิ่งทอระดับอุตสาหกรรม หรือระดับชุมชน  นอกจากการผลิตสิ่งทอในด้านเศรษฐศาสตร์แล้ว การย้อมสีสิ่งทอยังถูกให้ความสำคัญทั้งกระบวนการผลิตสีและเคมีที่ใช้ย้อม กระบวนการย้อม จนกระทั้งกระบวนการบำบัดน้ำสีเหลือทิ้งจากการย้อม ทุกกระบวนการควรเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ในปัจจุบันการบริโภคสิ่งทอมีการให้ความสำคัญกับสุขภาพและความปลอดภัย เช่น มาตรฐาน  Eco-Tex Standard (Öko-Tex standard 100 ) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ให้การรับรองผลิตภัณฑ์สิ่งทอที่ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภค โดยสถาบันสิ่งทอภาคพื้นยุโรป ตัวอย่างของสิ่งอันตรายต่อสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับการย้อมสีสิ่งทอ ได้แก่ การใช้สีย้อมที่มีสารก่อมะเร็ง (Banned Carcinogenic Dyes) ได้แก่สีย้อมที่ประกอบด้วยหมู่ให้สีเอโซ (AZO) เป็นต้น การใช้สีย้อมที่ก่อให้เกิดความระคายเคือง (Allergenic Dyes) การใช้สีย้อมที่ไม่มีความคงทน ตกสีง่าย (Loose Dye) จากจุดนี้เองจึงเกิดความสนใจในการนำเอาสีธรรมชาติมาใช้แทนสีสังเคราะห์ในการย้อมสิ่งทอมากขึ้น เนื่องจากมีความเป็นพิษและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่า แต่อย่างไรก็ตามการย้อมสีธรรมชาติสีพวกนี้ส่วนมากเกาะติดบนเส้นใยได้น้อย แต่สามารถเกาะติดได้ดีขึ้นเมื่อใช้สารอื่นช่วย เรียกว่าสารช่วยติด สารช่วยย้อม หรือมอร์แดนท์ ซึ่งเป็นสารเคมีหรือสารจากธรรมชาติที่ทำให้สีธรรมชาติตรึงอยู่บนเส้นใย โดยมอร์แดนท์จะรวมตัวกับโมเลกุลสีและรวมตัวกับโมเลกุลของเส้นใยทำให้เกิดสิ่งที่ไม่ละลาย มอร์แดนท์ที่นิยมมากและมักพบในงานวิจัยเพื่อพัฒนาความคงทนของสีต่อการซักของสีธรรมชาติ คือ การใช้เกลือของโลหะหรือกึ่งโลหะ ซึ่งโลหะหนักดังกล่าวเป็นสารที่มีข้อกำหนดระดับของการเจือปนที่เป็นไอออนในสีย้อมตามหลักเกณฑ์ของฉลากสิ่งแวดล้อมของสหภาพยุโรป (EU flower)

ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ ดร.กาจญนา ลือพงษ์  ดร.ไพรัตน์ ปุญญาเจริญนนท์ และอาจารย์วิโรจน์ ยิ้มขลิบ ทีมวิจัยจากคณะอุตสาหกรรมสิ่งทอและออกแบบแฟชั่น ทำการศึกษาการพิมพ์สีธรรมชาติจากครั่งบนผ้าฝ้ายทอและผ้าพอลิเอสเตอร์โดยไม่ใช้สารมอร์แดนท์ สำหรับผู้ประกอบการรายย่อย เพื่อลดผลกระทบที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม และยังเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติได้อีกทางหนึ่ง ดร.กาจญนา ลือพงษ์ ตัวแทนทีมวิจัยเล่าว่า  ครั่ง คือแมลงจำพวกเพลี้ย ครั่งจะขับสารชนิดหนึ่งมีลักษณะเหมือนยางหรือชันออกมา ซึ่งสารที่ขับถ่ายออกมานี้เรียกว่า “ครั่งดิบ” สารนี้มีสีแดงม่วง ลักษณะคล้ายขี้ผึ้งสีเหลืองแก่ ซึ่งมนุษย์ได้นำมาใช้ประโยชน์กันนานกว่า 4,000 ปี  การใช้ประโยชน์จากครั่งหรือสีแดงจากครั่ง มีการใช้งานอย่างแพร่หลาย ในช่วงแรกนิยมนำไปใช้ในงานศิลปกรรม และงานช่างฝีมือ มีการศึกษาค้นคว้าวิธีการแยกสีจากครั่งมาใช้ในการทาสี การทำพรมปูพื้น และใช้ในการทอผ้า ทั้งนี้ทีมวิจัยได้ศึกษากระบวนการติดสีด้วยการย้อมและพิมพ์ทางสิ่งทอ พบว่าสีจากครั่งจะติดได้ดีบนเส้นใยประเภทขนสัตว์ เส้นใยไหม หนังฟอก แต่ยังไม่พบการศึกษาว่าครั่งสามารถติดสีบนเส้นใยสังเคราะห์ เช่น เส้นใยพอลิเอสเตอร์ ส่วนเส้นใยเซลลูโลสการติดนั้นจะต้องอาศัยมอร์แดนท์ซึ่งเป็นเกลือของโลหะหนักเข้ามาช่วยในการปรับปรุงคุณสมบัติการยึดติด แต่จากการศึกษาที่ผ่านมาพบว่าการใช้เกลือของโลหะหนักจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้  ดังนั้นการวิจัยชิ้นนี้จึงเป็นการศึกษาที่มีความแตกต่างจากกระบวนการศึกษาเดิมที่ศึกษาการติดสี และพบว่าครั่งจะสามารถติดสีได้ดีเฉพาะบนผ้าไหม ถ้าต้องการให้ติดสีบนเส้นใยประเภทอื่นจะต้องใช้สารมอร์แดนท์ซึ่งมีองค์ประกอบหลักเป็นโลหะ เช่น คอบเปอร์ (Cu), ตะกั่ว (Pb), และ อลูมิเนียม (Al) แต่ในการวิจัยนี้จะศึกษาปัจจัยและองค์ประกอบที่ส่งผลต่อการติดสีครั่งบนเส้นใยฝ้ายและเส้นใยพอลิเอสเตอร์ โดยไม่อาศัยสารมอร์แดนท์ เพื่อเพิ่มช่องทางการใช้งานของครั่งบนเส้นใยอื่นๆ และลดการใช้สารเคมีที่จะส่งผลต่อการปนเปื้อนของโลหะหนักไปยังสภาพแวดล้อม ผลผลิตหลักที่ได้จากการศึกษาสามารถนำไปต่อยอดด้านรูปแบบสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลาย สร้างโอกาสทางการผลิตให้แก่กลุ่มผู้สนใจทั้งทางด้านหัตถกรรม และศิลปะบนผืนผ้า  ส่วนสำหรับการพิมพ์เป็นหนึ่งในเทคนิคการเพิ่มมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์สิ่งทอ เนื่องจากสามารถกำหนดลวดลาย และลักษณะเฉพาะตัวของผลิตภัณฑ์ได้

การเตรียมสารให้สีจากครั่ง

กังหันน้ำขนาดนาโน งานวิจัยช่วยชุมชนห่างไกลมีไฟฟ้าใช้

กังหันน้ำขนาดนาโน งานวิจัยช่วยชุมชนห่างไกลมีไฟฟ้าใช้

 

นักวิจัยคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร คิดค้นกังหันน้ำขนาดนาโนสำหรับน้ำตกและคลองส่งน้ำ เพื่อผลิตไฟฟ้าสำหรับครัวเรือน ช่วยชุมชนพื้นที่ห่างไกลมีไฟฟ้าใช้

ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมามีหลายต่อหลายหน่วยงานได้พัฒนาประดิษฐ์คิดค้นกังหันน้ำขึ้นมาใช้สำหรับจัดการปัญหาในพื้นที่ชุมชน ไม่ว่าจะเป็นการบำบัดน้ำเสีย หรือการผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งนับได้ว่าเป็นการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานอย่างยั่งยืนและต่อเนื่อง เนื่องจากเทคโนโลยีพลังน้ำขนาดเล็กเป็นเทคโนโลยีที่ไม่ซับซ้อนมากนัก สามารถพัฒนาและผลิตได้โดยใช้องค์ความรู้และทักษะทางวิศวกรรมในประเทศได้ ดร.พสิษฐ์ สุวรรณภิงคาร และคณะนักวิจัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร จึงร่วมกันคิดค้นกังหันน้ำขนาดนาโน สำหรับน้ำตกและคลองส่งน้ำขึ้น เพื่อช่วยเหลือพื้นที่ชุมชนต้นน้ำที่ห่างไกลมีไฟฟ้าใช้ในครัวเรือน ดร.พสิษฐ์ กล่าวว่า ประเทศไทยมีพื้นที่ชุมชนที่อยู่ใกล้แหล่งน้ำตกและคลองส่งน้ำมากมาย แต่บางพื้นที่เช่นชุมชนต้นน้ำการที่ภาครัฐจะเข้าไปเดินสายไฟฟ้าเข้าพื้นที่ค่อนข้างลำบากและมีค่าใช้จ่ายสูง ดังนั้นจึงคิดสร้างกังหันน้ำขนาดนาโน ชื่อว่าเอ็นไฮฟอล 56 (nHy-Fall56) ขึ้น เพื่อผลิตไฟฟ้าให้กับชาวบ้านพื้่นที่ชุมชนได้มีไฟฟ้าใช้ เพราะเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าส่วนมากมีขนาดใหญ่ซึ่งไม่สะดวกในการขนย้ายและติดตั้งยาก จากการวิจัยได้เลือกพื้นที่ชุมชนเมืองกาญจบุรีโดยเข้าไปศึกษาที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกไทรโยคใหญ่ ทั้งนี้ขั้นตอนการวิจัยได้วิเคราะห์ปัญหาสภาพพื้นที่ สภาพแหล่งน้ำ ความสูงของระดับน้ำเพื่อมองหารูปแบบของกังหันน้ำที่เหมาะสม โดยกังหันครอสโฟลว์ (Crossflow turbine) ที่ออกแบบสามารถรับน้ำได้ทั้งที่มีความสูงอยู่ที่ระดับ 0.3-10 เมตร และกังหันเพลตันเทอร์ไบน์ (Pelton turbine) ที่ออกแบบสามารถรับน้ำได้ทั้งที่มีความสูงอยู่ที่ระดับ 10-30 เมตร ส่วนงานไฟฟ้าได้ออกแบบตัวเจอเนอเรเตอร์ (Generator) ขนาดเล็กสำหรับทำหน้าที่กำเนิดแรงดันไฟฟ้าให้จ่ายไฟได้สูงสุดถึง 300 วัตต์ และติดตั้งชุดแปลงแรงดันไฟฟ้าจากไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ให้เป็นไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) เพื่อให้สามารถให้งานในครัวเรือนได้หลากหลายรูปแบบ อีกทั้งตัวอุปกรณ์น้ำมีน้ำหนักเบาเพียง 5 กิโลกรัม เคลื่อนย้ายสะดวกทุกครัวเรือนสามารถติดตั้งใช้งานได้ง่ายเพียงแค่ยกไปวางในแหล่งน้ำแล้วเสียบปลั๊ก ตาม Concept ของการใช้งานคือ just put and plug ก็สามารถหมุนสร้างไฟฟ้าได้ทันที

ดร.พสิษฐ์ กล่าวอีกว่า จากการทดสอบการทำงานของอุปกรณ์ถือว่าสามารถตอบโจทย์ในการนำมาใช้งานของครัวเรือนในชุมชนได้เป็นอย่างดี จนคว้ารางวัลเหรียญทองการประกวดผลงานวิจัยและสิ่งประดิษฐ์ระดับนานาชาติ ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส อีกทั้งขณะนี้มีองค์กรภาคเอกชนหลายแห่งให้ความสนใจติดต่อขอซื้อสิขสิทธิ์ผลงานมากมาย แต่มองว่าในอนาคตยังต้องพัฒนารูปแบบด้านระบบทดรอบให้เหมาะสมกับการใช้งานให้มากกว่าตัวต้นแบบเพื่อให้เกิดความเสถียรในการใช้งานให้มากขึ้น

ราชมงคลพระนคร จับมือชุมชนต่อยอดภูมิปัญญา เพิ่มมูลค่าผ้าขาวม้าทอมือ อ่างหิน จ.ชลบุรี

ปัจจุบันกระแสการใช้ผ้าไทยได้รับความนิยมมากขึ้น ทั้งผ้าไหม ผ้าฝ้าย แม้จะได้รับความนิยม แต่ภูมิปัญญาการทอผ้าในหลายๆ ถิ่นกลับกำลังไร้ผู้สืบทอด เช่นเดียวกับผ้าทอมืออ่างศิลา บ้านปึก ผ้าไทยพื้นเมืองที่มีเอกลักษณ์และประวัติความเป็นมาสะท้อนภูมิปัญญาของคนบ้านปึก จ.ชลบุรี มากว่า 100 ปี จนกลายมาเป็นสินค้าชื่อดังของจังหวัดชลบุรีในปัจจุบัน แต่ทั้งนี้กลุ่มชาวบ้านได้ประสบปัญหาในเรื่องของการพัฒนาเส้นใย เนื่องจากเดิมได้ใช้วิธีการซื้อเส้นใยในราคาถูกจากแหล่งผลิตอื่น การขาดการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่สร้างความหลากหลาย จึงทำให้ ดร.เกษม มานะรุ่งวิทย์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาออกแบบผลิตภัณฑ์สิ่งทอ และอาจารย์กรชนก บุญทร อาจารย์ประจำสาขาวิชาออกแบบแฟชั่นและสิ่งทอ คณะอุตสาหกรรมสิ่งทอและออกแบบแฟชั่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร จับมือกลุ่มชาวบ้านผู้ประกอบการผ้าขาวม้าทอมือ ตำบลอ่างหิน จังหวัดชลบุรี พัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ รวมถึงฟื้นฟูและศึกษาเพื่อดำเนินงานอนุรักษ์สืบสานผ้าทอมือพื้นเมืองให้ยั่งยืนสู่คนรุ่นหลัง

ดร.เกษม มานะรุ่งวิทย์ หัวหน้าทีมวิจัย เปิดเผยว่า ความพิเศษของผ้าทออ่างศิลาอยู่ที่วิธีการผลิต ที่เริ่มจากการทำเส้นด้ายให้เหนียว ด้วยการนำข้าวสวยมาขยำกับด้าย ก่อนจะนำไปหวีด้วยจันดวง ซึ่งได้จากกาบมะพร้าวไม่มีกะลา แล้วนำไปผึ่ง 1 วัน ก่อนจะนำไปสืบในแต่ละตะกอผ้า เมื่อทอออกมาจึงนิ่ม สวมใส่ไม่ร้อนและไม่ระคายเคือง
ดร.เกษม กล่าวอีกว่า จากการลงพื้นที่ศึกษาข้อมูลพบว่าคุณยายหง่วน เสริมศรี อายุ 94 ปี ซึ่งมีฝีมือการทอผ้าถูกยกให้เป็นยอดครูในอ่างศิลา สามารถแกะลายใหม่จากสิ่งต่างๆ ที่พบเห็นทอเป็นลวดลายผ้า เช่น ลายราชวัตร ลายพิกุล ลายไส้ปลาไหล แต่ด้วยอายุที่มากขึ้นจึงตั้งใจสืบสานงานทอผ้าถ่ายทอดภูมิปัญญาให้กับลูกหลาน แต่ทางกลุ่มยังประสบปัญหาเรื่องการพัฒนาเส้นใย ขาดการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย จึงเข้าไปช่วยต่อยอดภูมิปัญญาด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ เพื่อเพิ่มความหลากหลาย และสร้างอัตลักษณ์ให้สินค้ามีความชัดเจน อาทิ กระเป๋าถือ กระเป๋าสะพาย พวงกุญแจ ของที่ระลึก ฯลฯ ซึ่งผู้ประกอบการในชุมชนสามารถนำความรู้ที่ได้ประยุกต์รูปแบบสินค้าที่เป็นเอกลักษณ์ สร้างโอกาสและรายได้ต่อยอดในเชิงพาณิชย์ ทั้งยังช่วยให้ชุมชน/ผู้ประกอบการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว หรือแหล่งรวบรวมของที่ระลึกให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อ นับเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กลุ่มผู้ประกอบการผ้าขาวม้าทอมือ ในการส่งเสริมเอกลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่นให้สืบไป

ชนะเลิศวิจัยสีเขียว

ขอแสดงความยินดี กับผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รัตนพล มงคลรัตนาสิทธิ์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์จรูญ คล้ายจ้อย และดร.เกษม มานะรุ่งวิทย์ อาจารย์คณะอุตสาหกรรมสิ่งทอและออกแบบแฟชั่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ได้รับรางวัลชนะเลิศ งานวิจัยเรื่อง “ชุดอุปกรณ์ทำผ้าบาติกจากแป้งหัวบอน” ประเภทที่ช่วยยกระดับคุณภาพการใช้ชีวิต (Life Enhancement) กลุ่มที่ 2 กลุ่มวิสาหกิจชุมน และประชาชนทั่วไป ในงานการประกวดผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2560 (Thailand Green Design Awards 2017) ณ บริเวณ Life style hall ชั้น 2 สยามพารากอน

ดูภาพประกอบ